นครเพตรา(เปตรา) : Petra

posted on 25 Jun 2013 12:25 by blog88 in 7Wonder directory Knowledge
 
 
 
 
 
นครเพตรา(เปตรา) : Petra
 

เพตรา(เปตรา) เมืองเขาหินแห่ง จอร์แดน

 
ที่ประเทศจอร์แดน ริมทะเลทรายอาหรับของจอร์แดน มีสิ่งมหัศจรรย์ของโลกและ 

ได้รับลงทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ
 
ครั้งที่ 9 เมื่อปี พ.ศ. 2528 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส 

ซึ่งเป็นเมือง โบราณ  ในช่วงศตวรรษที่ 4 ก่อนคริสตกาล โดย
 
ชาวนาบาเทียน (Nabataeans)ซึ่งแต่เดิมเป็นเพียงชนเผ่าเร่ร่อนในทะเลทรายอาหรับ
 
คนกลุ่มนี้สกัดผาหินทรายเป็นบ้านเรือนและอาศัยอยู่ในถ้ำหิน

ที่สวยงามและอลังการ อย่าง นครเพตรา (เปตรา)  Petra ที่ซ่อนตัวอยู่ใน
 
หุบเขาวาดี มูซา หุบเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบเดดซีกับทะเลอัคบาในประเทศจอร์แดน
 
แต่เดิม นครเพตรา แห่งนี้ เป็น นครที่รุ่งเรื่องเพราะ การค้าเป็น ทางผ่านและ จุดพักสินค้า
 
ซึ่งเป็น ทางเชื่อมต่อจาก ฝั่งตะวันตกและ ตะวันออก มีการแวะค้างแรม ทานอาหาร ของ
 
ขบวนสินค้าเป็นประจำแต่ต่อมาได้ล่มสลาย จากการ ที่มีแหล่งและเส้นทางค้าขายใหม่ๆ
 
แถมยังปลอดภัยรวมถึงสะดวกกว่า ที่นี่ ทำให้ อำนาจต่างเสื่อมถอย เมืองอ่อนแอ และ

ถูกพวกโรมันนำโดยจักรพรรดิทราจัน หรือ ไทรอะนัส(Traianus)เข้ายึกเป็นส่วนหนึ่งของ
 
จักรวรรดิ โรมัน และได้รับ การสานต่อทางการค้าโดยการสนับสนุนของโรมัน

จนโรมันเสื่อมอำนาจลง ต่อมา เพตราหรือเปตรา แล้วแต่ท่านๆจะเรียก ก็มาเจอแผ่นดินไหว
 
ราวๆปี ค.ศ.360 จนทำลายอาคารและ ระบบ สาธารณูประโภค ของเมืองไปหลายส่วน
 
เพตราได้เป็นทั้ง ที่ประกาบศาสนกิจของคริสต์และมาโดน ศาสนา อิสลามเข้ายึด
 
ในไม่กี่ ศตวรรษ นี่เอง ต่อมาในปี พ.ศ. 2355 (ค.ศ. 1812)
 
เมื่อมีนักสำรวจชาวสวิตเซอร์แลนด์ โยฮันน์ ลุควิก บวร์กฮาร์ท
 
(Johann Ludwig Burckhardt) 

ได้เข้าไปพบเห็นเมืองเพตรา โดยบังเอิญแต่ไม่สามารถเข้าไปทำอะไร สำรวจอะไรได้
 
เนื่องจาก ชนท้องถิ่นได้ห้ามไว้แต่ได้ทำการบันทึก การพบเจอครั้งนี้เอาไว้ จนเมื่อปี  
 
พ.ศ. 2369 (ค.ศ. 1826) เลออง เดอ ลาบอร์ด (Leon de Laborde)

 ชาวฝรั่งเศสที่ได้เดินทางเข้าไปสำรวจเมืองและเขียนหนังสือออกมาเล่มหนึ่งชื่อว่า
 
"Voyage de l'Arabie P?tr?e" แปลว่า "การเดินทางในเปตราแห่งอาหรับ จนเป็นที่มา
 
ของ ความสนใจจากชาวโลกทั้งหลาย จึงได้มีการสำรวจ เมืองหินโบราณแห่งนี้
 
จนได้พบความจริงดังที่กล่าวคือเป็นเมืองการค้าสำคัญ มี สิ่งอำนวยความสะดวก
 
ในสมัยนั้นครบถ้วน เช่นห้องกินข้าว สถาปัตยกรรมต่างๆ ภาพเขียน ฝาผนัง

ที่ ต่อมาเป็นที่หวงห้ามเพราะเป็นภาพหายากให้มองดูผ่าน ลูกกรงไปได้เท่านั้น
 
ห้องทานอาหาร  แน่นอนตึกนอน ห้องมหรศพ หรือโรงละครซึ่งน่าจะได้รับการเพิ่มเติม
 
ในยุค สมัยที่โรมันเข้ามายึดครอง  ประกอบกับสมัยที่ได้รับ อิทธิพลจากทั้ง ศาสนา
 
คริสต์และ อิสลาม จึงคงมีห้องประกอบพิธีกรรมทางศาสนาอยู่ด้วย  แน่นอน
 
แต่ความเชื่อดั้งเดิมของชาวเมืองเพตรา คือ ชาวเปตรานับถือเทพเจ้าสององค์คือ 

เทพดูซาเรส (Dushares) เทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ และเทพอัลอัซซา (Al Uzza)
 
ชายาของเทพดูซาเรส เทวีแห่งน้ำจากที่เคยเป็นเมืองการค้า สินค้าหลักๆที่
 
เมืองเพตราหรือเปตรา Petra แห่งนี้สันนิษฐานว่า จะเป็นพวกยางไม้หอม กำยาน
 
เครื่องเทศของชาวอาหรับ ทองแดง เหล็ก เครื่องปั้นดินเผา รูปปั้น ผ้าย้อมของ
 
ชาวฟินิเซียนล้วนถูกลำเลียงผ่านเมืองเปตราไปสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และชาวเปอร์เซีย
 
จึงถือได้ว่า เมืองเปตราเป็นตลาดซื้อสินค้าสำคัญที่สุดของโลกตะวันออกเลยทีเดียว

ในปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยว มาท่องเที่ยวที่นี่มากมาย เป็น หนึ่งในทริปการท่องเที่ยวระหว่าง
 
อิยิปต์ กับ จอร์แดนที่ไม่ควรพลาดอากาศ ค่อนข้างสบายไม่ร้อนมากนัก ได้เจอ
 
สถาปัตยกรรม การสลักภูเขาหินที่สวยงาม วิวดี และความใหญ่อลังการ

ถือว่าเป็น 1 ใน สิ่งมหัศจรรย์ของโลก โลก ที่เกิดมาก่อนคริศตกาล ที่ยังคงสภาพอยู่ได้ดี
 
และยังคงความสวยงามมาถึงปัจจุบันและปัจจุบันได้มีการ บรูณะ
 
ให้สภาพกลับมาให้ได้มากที่สุด สามารถจัดโซนท่องเที่ยว มีจุดพัก มีแคมป์ส่วนตัวของ

ทางผู้ให้บริการ นำเที่ยว เรียกได้ว่า สะดวกมากในการไปเที่ยวเมืองเพตรา  
 
สิ่งมหัศจรรย์และมรดกโลก จากจอร์แดน
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet