การเขียนบทความ


 
     บทความนี้จะมานำเสนอเทคนิคการเขียนบทความสำหรับมือใหม่หรือ ผูที่สนใจจะเขียน
 
บทความว่า มีเทคนิคในการเขียนการเนียน 55+ การหาข้อมูล อย่างเราทำให้เว็บหรือบทความ
 
ของเรานั้นดูดี ดูน่าอ่าน มากขึ้น
 
 
8 เทคนิคการเขียนบทความ (มือใหม่)
 
1.การหาเรื่องที่จะทำ
 
การที่เราจะเขียนบทความ อะไรซักอัน สิ่งที่ยากคือเราจะเขียนอะไรเพราะมันเหมือนก้าวแรกเลย

แล้วเราอยากเขียนไรละก็เขียนไปสิ แต่ถ้านึกไม่ออกจริงๆแล้วละก็ ทีวี โทรทัศน์ เฟสบุ๊ค ต่างๆนาๆ

มีเรื่องราวร้อยพันอย่าง ที่เราจะหาได้ มาตั้งเป็นประเด็นหัวข้อบทความที่เราจะทำ อ่านเยอะๆดู
 
เยอะๆคิดตาม จับกระแสไปด้วย รับรองความคิดกระฉูดพิมพ์น้ำไหลไฟดับเลยทีเดียว
 


2.หาข้อมูลที่ต่างกัน
 
การจะเขียนบทความซักเรื่องนึงนั้น ควรเสาะแสวงหาข้อมูลที่แตกต่างกัน ประมาณไหนนั้นหรอ

ก็ประมาณว่า จาก หนังสือ วารสาร เว็บ หรือจากคำบอกเล่าหรือถ้าที่มาเดียวที่คุณหาได้คือ
 
อินเตอร์เน็ตนั้นละก็ เข้ากหลายๆเว็บ (ที่ไม่ลอกกัน) ดูจากสำนวนการพิมพ์ดูการใช้คำและลักษณะ
 
ของข้อมูลว่าไม่ได้ลอกกันมาทั้งดุ้นแล้วเอามาเปรียบเทียบกันเพราะเคนมีเหตุการณ์งงๆคือ
 
ผมทำเรื่องประวัติบุคคล แต่วันเกิดเว็บนี้ กับอีกเว็บนึงบุคคลนั้นเกิดไม่ตรงกันซะอย่างนั้น
 
หรือในหนังสือกับในเว็บ มันก็ไม่ตรงกัน เฉยเลย ทีนี้เราก็เอามาเปรียบเทียบจากหลายๆเว็บ

ดูว่าอันไหนน่าจะจริงอันไหนน่าจะมั่ว และที่ให้หาข้อมูลที่ต่างกัน อีกเหตุผลนึง คือ ข้อมูล
 
บางอย่าง บางที่ไม่มีแต่บางที่นั้นมี เช่น ผมทำบทความเกี่ยวกับ อยุธยา ข้อมูลในหนังสือมี
 
เรื่องการปกครองการเมือง แต่บางเว็บมี ลำดับชั้นของขุนนาง ที่ในหนังสือไม่มี
 
บางเว็บอาจจะมีเรื่อง พระมเหสี ของกษัตริย์ ที่อีกเว็บและในหนังสือไม่มี ทีนี้เราก็สามารถ
 
นำข้อมูลเหล่านั้นมาเขียนในแนวทางของเราได้แบบครอบคลุม
 


3.รีไรท์ ยำนิดหน่อย
 
บางครั้งเนื้อหาเราล้วนๆสำนวนอาจไม่สวยพอยังดูไม่เหมาะกับข้อมูลแล้วเราดันไปเจอ
 
บทความในทำนองนี้ข้อมูลเหมือนกันและมีข้อมูลดีกว่าเรา ไอครั้นจะลอกทั้งดุ้นก็กากเกินไป
 
(มันน่าเกลียด) เราใช้วิธีทำความเข้าใจ บทความของผู้นั้น(ให้สมกับที่เขาเขียนหน่อยไม่ใช่
 
ไปลอกเขามา) แล้วมาใส่สำนวนเรา รีไรท์บทความนั่นแหละ ทางที่ดีเอาส่วนที่ดูแลเป็น
 
ประโยชน์คิดเองมั่งอย่าลอกแต่เขา ทำให้มันเป็นสไตล์เรา แล้วที่สำคัญ ถ้ามีข้อมูลใหม่ๆ มา
 
ควรหาแหล่งอ้างอิงรองรับด้วยว่ามันจริงไหม ข้อมูลมั่วๆมันอยู่ที่ไครจะเขียนใส่ลงไปก็ได้
 


4.จัดประเภทแยกหัวข้อ
 
บทความยิ่งเรื่องเยอะหลายข้อยิ่งดูน่าเบื่อและๆๆๆ อ่ายฃนยาก ทางที่ดีถ้ามีหัวข้อหลักๆ
 
ของบทความ ควรทำย่อหน้าแยกไว้หรือ ทำแยกข้อย่อยๆ เป็นข้อ 1 2 3 4 อะไรก็วาเป็น
 
เช่นทำบทความเรื่อง ความดันโลหิตสูง มีหัวข้อหลักๆคือสาเหตุ อาการ วิธีรักษา ก็
 
ทำย่อหน้า คาดตัวหนาเอาไว้ ให้ดูโดดเด่น เห็นง่าย แล้วก็แจกแจงเป็นข้อๆลงมา

ให้ดูสะอาดตา มองดูแล้วอ่านง่าย จะช่วยให้บทความดูดีขึ้นอีกมากถ้าเทียบกับ
 
ข้อมูลใส่ๆๆเรียงกันเป็นตับ
 
 

5.ใช้ภาษาของตัวเอง
 
แน่นอนภาาาไทยสิ เห้ยไม่ใช่ละ ในที่นี้หมายถึง สไตล์การเขียนของเรา ที่ใช้ใน
 
บทความ เช่นเราเป็นคนเฮฮา ปาจิงโก๊ะ ก็มีมุขตลกใส่ลงไปในบทความมั่ง แต่ถ้าเรา
 
เป็นคนวิชาการจ๋าบทความเราก็มีเนื้อหาความรู้แน่นปึ๊กเลย ใช้สำนวนที่เป็นตัวเอง
 
มากที่สุดไม่จำเป็นต้องลอกแบบไครสไตล์ไครสไตล์มันพี่น้องงง
 


6.สอดแทรก
 
ควรมีการสอดแทรกทั้ง มุขตลกหรือ เนื้อหาเชิงคำถามกลับ รูปภาพ หรือ เรื่องที่เป็น
 
ความรู้ที่ไม่มีหลักฐานยืนยัน เช่น เขาว่าดันว่า .... มีคนบอก..... ประมาณนี้ ทำให้ดู
 
มาเรายกเมฆมาหน่อยหรือบางทีจะค้านคำๆนั้นก็ได้เช่น เขาว่าดันว่าแมวไม่ค่อยจำ
 
ความจำสั้น แต่ความจริงแล้วตามการเฝ้าสังเหตุมันเป็นสัตว์ที่ความจำดีเลยทีเดียว  
 
ทำให้ข้อมูลดูไม่น่าเชื่อถือแล้วตบท้ายด้วยข้อมูลจริงยัดลงไปแบบเนียนๆ

สร้างเนื้อหาเพิ่มให้บทความเราได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
 


7.ใส่ความเห็นส่วนตัว
 
แน่นอนข้อนี้ไม่ต้องบอกอะไรมากนัก เราใส่ความเห็นเราลงไปได้เลย ในตำแหน่งที่
 
เหมาะสมไม่ทำให้ดูไปกลมกลืนกับข้อมูลจริงๆของบทความเดี๋ยวผู้อ่านจะแยกไม่ออก  
 
ความเห็นเรานั้นจะผิดจะถูกก็ไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญมากถ้ามันไม่ทำให้ข้อมูลที่แท้
 
จริงของบทความนั้นบิดเบือนไป เป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้อ่านได้คิดด้วยว่าตัวผู้อ่าน
 
นั้นมีความเห็นอย่างไร
 


8.ทำความเข้าใจเนื้อหา 
 
ข้อนี้สำคัญเวลาเราไปเอาข้อมูลมาบางครั้ง ชุ้ยเกินไปก็มี เอาแค่ข้อมูลที่อยากได้
 
ไม่อ่านเนื้อหาโดยละเอียดไม่สนใจข้อมูลส่วน บางทีข้อมูลที่เรามองข้ามไปอาจเป็น
 
ข้อมูลสำคัญที่ทำให้เรื่องราวนั้น สมบูรณืดียิ่งขึ้นก่อนจะทำบทความอะไร นอกากหา
 
ข้อมูลที่แตกต่างแบบ ข้อที่ 2 แล้ว ควรอ่านทำความเข้าใจ ศึกษาข้อมูลนั้น

ให้ชัดเจนเสียก่อนเผื่อบางทีอาจได้อะไรดีๆมาใส่ไว้ในบทความของเราก็เป็นได้
 



ที่กล่าวมาทั้งหมด 8 ข้อนั้น เป็นแนวทาง ที่ไว้เตรียมตัวหาข้อมูลและเวลาเขียนบทความ
 
ลง เว็บหรือบล็อกของเราเอง ให้ดูครอบคลุมให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น เป็นแนวทางที่ผมพยายาม
 
ทำและศึกษานำมาปรับใช้เพื่อเพิ่มความน่าสนใจของบทความของตัวผมเองด้วย
 
หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นที่สนใจเช่นเดียวกัน
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet