เขียน BLOG บทความ


 
      หลังจากบทความ ที่แล้วเราพูดถึง เทคนิคการเขียนบทความ และ blog คือ อะไร เราเลย

เชื่อว่าหลากหลายคนนั้นก็มีสไตล์การเขียนบทความ การเขียนบล็อกเป็นของตัวเอง

อินดี้มั่ง ส่วนตัวมั่งแปลกๆหรือเรียบๆ ตามแต่ละคนไป แนวคิดต่างกัน ความมั่นใจ โลกส่วนตัว

หรือตามกระแส สร้างกระแส เอ๊ะ (ยังไง) วันนี้ ทาง BLOg 88 ของเราเลยลอง

เขียนบทความเชิงคำถาม (ชี้นำด้วยมั่ง) หรือแนะแนวนิดหน่อย (หรอออออ)

ว่าคุณเป็นแบบไหนของนักเขียน บทความลงเว็บ ลงบล็อก ส่วนบางท่านที่ยัง

ไม่มีสไตล์ของตัวเองถ้าไม่รังเกียจมาศึกษาไปด้วยกันได้ ตามหัวข้อด้านล่าง เลยนะครับ
 
แฮร่ๆๆ
 
 
 
 
1.เขียนแบบตั้งคำถาม (แบบบทความเนี้ยเลย 555+)
 
แบบที่ผมกำลังเขียนในบทความนี้เลยครับ เขียนในเชิงตั้งคำถามเพื่อหวังให้ตอบจริงๆหรือให้
 
ผู้อ่านนึกเองในใจว่าที่จริงแล้วเป็นอย่างไรอะไรแบบไหน เหมือนกับสื่อสารกับผู้อ่านไปด้วย
 
ในตัวว่าความเห็นท่านเป็นอย่างไรอาจจะใส่ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียนลงไปด้วยก็ได้
 
และถามกลับไปต่อผู้อ่าน หรือจะเป็นการนำเสนอข้อมูลความรู้ในเชิง คำถาม เป็นการนำเสนอ
 
ที่น่าดึงดูดไปอีกทางนึง 



2.ก็อปปี้ ( เขียนเองมั่งเหอะ )
 
อันนี้คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก ลอกบทความจากที่อื่นมาลง บล็อกลงเว็บ ตัวเอง
 
(อย่าทำบ่อย หรืออย่าทำเลยครับ)555+ คิดถึงใจเขาใจเราเวลาโดนคนอื่นก๊อป บทความไปมั่ง
 
แต่น่าจะ อนุโลมได้ บางการกระทำเช่นการให้เครดิต การทำลิ้งค์กลับไปยังบทความ การ เอา
 
มาเฉพาะย่อน้าไปอ่านต่อ (ทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามา อยู่ในการอนุญาต ของเจ้าของด้วยนะครับ)
 
หรือการนำเสนอข้อความ สั้นๆของเขานิดหน่อยแต่ถ้าเลี่ยงได้ก็อย่าก๊อปมาเลย
 
ควรให้เครดิตเขาด้วย ถ้าทำไม่ได้ข้อที่ 3เหมาะกับท่าน



3.ยำใหญ่ รีไรท์แหลก
 
วิธีนี้ ไครใช้มั่งผมคนนึงที่ใช้บ้างบางครั้ง เวลาเจอบทความดีๆ ที่เนื้อหาข้อมูลเอาไป
 
เปรียบเทียบกับที่อื่นแล้วแน่นเปรี๊ยะ ฟิตโครต (เอ๊ะ คำแปลกๆ)เราไม่ก๊อป จริงมะ เอา
 
บทความมาเรียบเรียงใหม่ ใส่สไตล์ตัวเอง ใช้คำของเรา บอกตรงๆ เลยว่า เว็บใหญ่
 
หลายๆเว็บเขาก็ทำจน ชินไปละอันนั้นเรื่องของเขานะ แต่บทความคุณภาพ
 
มักมาจากการหาข้อมูลมาฟุ้งเอง (เขียนด้วยตัวเอง) กูเกิ้ลไม่ได้กล่าวไว้

 

4.โม้ฟุ้งผักบุ้งลอยน้ำ
 
อันนี้ ผมก็เป็นฮ่าๆๆ โม้ไป เรื่อยลากไปนู่นไปนี่ สุดท้ายเนื้อหาจริงๆของบทความ หายหมด
 
บางครั้งบทความ ทั้งหมด 10-20 บรรทัด มีเนื้อหาที่จะนำเสนออยู่แค่ 5 บรรทัดที่เหลือก็อะไร
 
ไม่รู้เยอะเวอร์ฮ่าๆๆทำเรื่อง สงครามของ โรมัน ดันไปฟุ้งเลย คาเทจ ซะยืดยาว อย่างฮาอะ T_T 
 


5.ตลกเฮฮาจนล้น
 
หรือท่านจะเป็นพวกยิงมุข ตบมุข ยิงแล้วยิงอีก จนฮาขี้แตกขี้แตนไปข้างนึง

มีเสน่ห์ นะเน่ย คนอ่านมักชอบอะไรที่ตลกอยู่แล้ว คลายเครียดกันไป ไครมีความสามารถ
 
ด้านการเขียน สื่ออกมาทาง เฮฮา สนุกสนานนี่ รับรองผู้อ่านติดได้แบบไม่ยากเลย ครัช เอ้ข
 
เครปเอ้ย ครับ เอ้ย ถูกแล้ว !!! (แป๊ก อิ๊บอ๋าย)



6.วิชาการ ข้อมูลแน่น โอ้ยตาลาย
 
ใช่นะเราต้องการข้อมูลเขาหัวแบบวิชาการเพื่อประเทือง นี่หว่า เอ้ยประเทืองปัญญาอขงเรามั่ง

เจอบทความวิชาการลากยาว ผมคนนึงที่ตาลายลายตา โอ้ว พอดีดว่า ขออ่าน 8บรรทัด 555+
 
แต่ผู้อ่านกลายคนที่สนใจในเรื่องราวนั้นๆอยู่แล้ว ขอบอกเลยว่า บทความ วิชาการ ตาลายของ
 
เหล่าท่านๆผู้เขียนนั้น เสพมันส์มากนั่งอ่านได้ทั้งวันถ้าเป็นเรื่องที่ตัวเองชอบ นับถือผู้ที่มีความรู้
 
แล้วแบ่งปันครับ อิอิ (ถึงบางทีจะตาลาย วิงเวียนศรีษะ คล้ายจะกินนม เอ้ยเป็นลม)
 


7.ชวนคุยเป็นกันเอง (คุยกับผู้อ่าน)
 
 ผู้เขียนคนไหนที่สามารถ สื่อสารกับผู้อ่านของตัวเองความบทความให้ผู้อ่าน มีอินเนอร์
 
(แปลว่าไรวะ) เออช่างเหอะเห็นเขาพูดๆกันว่าตามกันไป ทำให้ผู้อ่านอินกับบทความเรา
 
มีอารมณ์ร่วมมี ข้อสงสัย รู้สึกคิดตาม โต้แย้ง และมีแอ็คชั่นกับทางด้านคนเขียนได้ มากเท่าไหร่
 
ยิ่งถือว่า ผู้เขียนท่านนั้นประสบความสำเร็จอย่างงดงาม (อย่างงดงาม งู.งูเยอะไปไหนนะ)

วิธีของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกันเช่น การตั้งคำถาม การชักจูงใจ การชวนคุยการทพให้คิดตาม
 
การแสดงความเห็นส่วนตัวและอื่นๆอีกมากมายที่ทำให้ผู้อ่านรู้สึกมากกว่าแค่การอ่านข้อมูลเฉยๆ
 
นั้นแหละครับ ไครทำแบบนี้ได้ดี ถือว่าท่านยอดเยี่ยวเอ้ย เยี่ยมมาก
 


8.จับกระแส
 
จะเกาะกระแส สร้างกระแส (เอ้ย 555+) หรืออะไรที่เป็นปัจจุบัน ที่เป็นที่พูดถึง เป็นที่สนใจ
 
ของคนหมู่มากกำลังเด่นกำลังดัง บลาๆ หรือเรียกหย่างหล่อๆว่า ทันต่อเหตุการณ์ ถือว่าเป็น
 
การเขียนบทความการนำเสนอที่อยู่ในความสนใจของผู้อ่าน ถึงจะอยู่ไม่นานถ้ากระแสมัน
 
หมดไปแล้ว แต่ถ้า ท่านนำเสนอดีๆ ให้เข้าถึงผู้อ่านและมีคุณภาพน่าสนใจ รับรองบทความ
 
ที่ท่านเขียนดังระเบิดเรียกผู้อ่านบอกปากต่อปาก ส่งต่อถึงกันผ่านโลก โซเชียล
 
หรืออินเตอร์เน็ต ดังพลุแดกไปเลย เอาไปต่อยอดได้หลากหลายด้วยเช่นกัน
 
(ในกรณีที่ท่านเป็นคนปลุกกระแสเองด้วยแล้ว ยิ่งแจ่ม แต่ระวังเรื่องปั่นกระแสด้วยนะครับ อิอิ)


ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามานี้ จึงเป็นบทสรุปในทาง โห.... เอิ่มไม่ใช่ละ จะบอกว่าบางท่าน
 
นั้นมีทั้งหมดที่กล่าวมาเลย (เค้าคนนึงแหละ อิอิ) มันเป็นสไตล์เอกลักษณ์
 
หรือที่นิยมเรียกกันว่ามันเป็นลายเซ็นของเราเองทำให้ผู้อ่าน ที่อ่านได้รู้ว่านี่แหละบทความ
 
ของเรา อยู่ที่แต่ละท่านถนัดแบบไหน ส่วน ท่านใดที่ ต้องการเขียนบทความลงบล็อกลง
 
เว็บหรือโลกโซเชียลนั้น ถ้ายังหา สไตล์ของตัวเองไม่เจอ ลองมาหาสไตล์ 

ในบทความนี้ได้มาตั้ง 8อย่าง ได้เรื่องมั่งไม่ได้เรื่องมั่งตามประสาคนบ้าโม้อย่าง
 
 
บล็อก88 (BLOG88) ตามเคยโม้ฟุ้งผักบุ้งลอยน้ำ
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet