อาการและการรักษาไข้เลือดออก 

 
 
 
วันก่อนเรานำเสนอวิธีกำจัดยุงลายพาหะไข้เลือดออกไปแล้ว วันนี้เราเลยจะมาพูดถึง

ว่าถ้าเราสงสัยว่าเราเป็นโรคไข้เลือดออกจะ สังเกตุอาการ และมีวิธีรักษาอย่างไร
 

 
1.ไข้สูงลอยตั้งแต่ 2 วันถึง 1สัปดาห์ หรือ 2-7 วันในระยะนั้น อาการคือผู้ป่วยไข้เลือดออก
 
จะมีไข้ขึ้นสูงอย่างทันทีทันใดหรือแบบเฉียบพลันโดยทั่วไปแล้วอย่างน้อยจะสูงถึง 38.5
 
องศาเซลเซียส แต่ถ้าอาการที่หนักๆขึ้นคือ 40-41 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว

 หมายเหตุ : ไข้สูงลอย หรือที่เรียกกันอีกอย่างนึงว่า ไข้ไม่สร่าง(Continuous fever)
 
คือการที่อุณหภูมิสูงกว่าแกติอยู่ตลอดทั้งวันและไม่เปลี่ยนแปลงมากกว่า 1 องศาเซลเซียส  
 
ใน 24 ชั่วโมง
 

2. มีอาการเลือดออก มักจะพบมากที่บริเวณผิวหนัง โดยเส้นเลือดเปราะแตกง่าย
 
โดยส่วนใหญ่จะออกที่แขน ขา ลำตัว รักแร้ อาจมีเลือดกำเดาหรือเลือดออกตามไรฟัน 

ในรายที่รุนแรงอาจมีอาเจียนและถ่ายอุจจาระเป็นเลือด และอาจเกิดสภาวะช็อคเกิดขึ้นได้
 

3.ตับโต
 
ตับจะนุ่มและกดเจ็บ 


4.ช็อคและระบบล้มเหลว
 
มีภาวะการไหลเวียนล้มเหลวเกิดขึ้น เนื่องจากมีการรั่วของพลาสมาออกไปยังช่องปอด
 
ช่องท้องซึ่งอาการจะมาพร้อมกับที่ไข้ลดลงอย่างเร็วมาก มีอาการช็อค กระหายน้ำ ขาดน้ำ
 
เป็นอย่างมาก ปากเขียวผีวสีม่วง ตัวเย็นชืด จับชีพจร วันความดันไม่ได้ และจะอยู่ในสภาวะ
 
เสี่ยงต่อการช็อคและการเสียชีวิตในไม่เกิน 24 ชั่วโมง
 
 
เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจว่า อาจจะเป็นโรคไข้เลือดออกนั้นมีดังนี้

1.อาการไข้ลอยสูงแบบไม่มีสาเหตุไม่ได้เป็นหวัดมีน้ำมูกหรืออาการไม่สบายมาก่อน

2.อ่อนเพลียเซื่องซึม

3.ปวดเมื่อยตามตัว ครั่นเนื้อครั่นตัว

4.กินไม่ได้ อาเจียน

5.ผิวหนังเป็นจ้ำเลือด 

6.อาการขาดน้ำ ตาแห้งปากแห้ง

เมื่อมีอาการแบบนี้ สันนิษฐาน ไว้ก่อนเลยว่า อาจจะเป็นไข้เลือดออก รีบส่งตัวเข้า
 
โรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน ขืนช้าไปอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

การรักษา
 
1.พยายามทำให้ไข้ลดให้เร็วที่สุดเช่น เช็ดตัว ดื่มน้ำเยอะๆ หรือถ้าอาเจียนก็ค่อยๆจิบน้ำ
 
ไปเรื่อยๆอาจจะใช้ยาพาราเซตามอล เข้าช่วยด้วย ห้ามใช้ยาพวกแอสไพริน เพราะจะทำให้
 
เกล็ดเลือดเสียการทำงาน จะระคายกระเพาะทำให้เลือดออกได้ง่ายขึ้น


2.ดื่มน้ำเยอะๆเพื่อช่วยลดไข้และอาการเบื่ออาหาร ดื่มน้ำเกลือแร่หรือน้ำผลไม้ช่วยให้สาร
 
อาหารที่ไม่สามารถรับเข้ามาได้จากการอาเจียนหรือเบื่ออาหารนั้นได้เข้ามาชดเชย
 
ถ้ากลัวอาเจียนก็จิบทีละนิดไม่ต้องรีบ


3.เฝ้าระวัง คอยดูอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันอาการช็อคหรือระบบไหลเวียน
 
ล้มเหลว
 

4. ถึงจะสามารถรักษาได้ด้วยตัวเองในอาการที่ไม่รุนแรงแต่เพื่อความปลอดภัยถ้ายังไม่กระเตื้อง
 
ขึ้นควรนำพามาโรงพยาบาลมาทำการพบแพทย์เพื่อรักษาและยับยั้งได้มันถ่วงที
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet