สงครามครูเสด (Crusades)

posted on 04 Oct 2013 14:01 by blog88 in History, KNOWLEDGE directory Knowledge
 
 
 
 
 

สงครามครูเสด 

 
                      เป็นการพูดถึงการทำสงครามระหว่างศาสนาไม่ว่าจะเป็นแค่ต่างนิกาย ต่างพวกกัน
 
แต่ส่วนใหญ่ตามที่เข้าใจกันนั้นมักจะหมายถึงการทำสงครามระหว่างศาสนจักรคาทอลิก กับ อิสลาม
 
มีเป้าหมายของสงครามคือการเถลิงอำนาจเชิดชูศาสนาและนิกายตัวเองให้เฟื่องฟูเจริญใน
 
ดินแดนอารยธรรมที่สำคัญทั้งทางเส้นการค้า เมืองสำคัญของฝั่งตรงข้าม ซึ่งในความหมายนี้จะ
 
พูดถึงเมือง เยรูซาเล็มเป็นส่วนใหญ่เยรูซาเล็มเป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์ความขัดแย้งเกี่ยว
 
พันกับ  3 ศาสนา คือ ศาสนายิว ศาสนาคริสต์ และศาสนาอิสลาม คริสต์ศาสนิกชน
 
กรุงเยรูซาเล็มเป็นนครศักดิ์สิทธิ์ที่เก่าแก่และมีการแย่งชิงกันระหว่าง คริสต์ และ อิสลามกัน
 
มายาวนานหลายครั้ง 
 
 
 
 
 
            ทั้งในด้านของผู้ปกครองของอาณาจักรที่นับถือทั้งศาสนาคริสต์และอิสลามพยายามเข้า
 
มาทำสงครามแย่งชิงความเป็นใหญ่ สงครามครูเสดเกิดเมื่อเซลจุคเติร์กมีชัยชนะอย่างเด็ดขาด
 
เหนือกองทัพไบแซนไทน์เมื่อ ค.ศ. 1071 และตัดการเข้าถึงเยรูซาเล็มของคริสเตียน จักรพรรดิ
 
ไบแซนไทน์ อเล็กซิสที่ 1 ทรงเกรงว่าเอเชียไมเนอร์ทั้งหมดจะถูกบุกรุก พระองค์จึงทรงเรียกร้อง
 
ผู้นำคริสเตียนตะวันตกและสันตะปาปาให้มาช่วยเหลือกรุงคอนสแตนติโนเปิลโดยไปจาริกแสวง
 
บุญหรือสงครามศาสนาเพื่อปลดปล่อยเยรูซาเล็มจากการปกครองของมุสลิม

อีกประการนึงคือการรุกรานเบียดเบียน ศาสนาคริสต์และทำลายศาสนสถานที่ศักสิทธิ์จำนวนมาก
 
การทำสงครามครูเสด เชื่อว่าเป็นความชอบธรรมของทั้ง 2 ฝ่าย

ในการปกป้องศาสนา ดินแดนอันศักสิทธิ์ ความเจริญของตัวเอง มักนำมาใช้ปลุกระดมโดยเฉพาะ
 
เรื่องความเชื่อและการปกป้อง

"ครูเสด" มาจากภาษาฝรั่งเศส หมายถึง การยกกางเขนขึ้น 

สงครามครูเสดมีกี่ครั้ง 

 สงครามครูเสดมีทั้งหมด 9 ครั้ง (แล้วแต่บางที่จะนับ 8 จะรวมครั้งที่ 8 และ 9ไว้ด้วยกัน )
 
 
 
 
สงครามครูเสดครั้งที่ 1 ปี ค.ศ. 1095 - ค.ศ. 1099
 
 
 

 นำโดย โรเบิร์ต เคอร์โทส ดยุกแห่งนอร์มังดีในที่สุดเมื่อปี 1099 กองทัพฝั่งคริสต์สามารถเอาชนะ
 
ฝ่ายเติร์กได้ถึงแม้ว่ากองทัพฝ่ายมุสลิมจะสู้อย่างเข้มแข็งแต่ก็ไม่สามารถต้านทานกำลังของชาวคริสต์
 
ได้ท้ายที่สุดนักรบครูเสดก็บุกฝ่าเข้าไปผลของสงครามครูเสดนั้น ทำให้ยุโรปเกิดความเปลี่ยนแปลง
 
ไปมากมาย การทำการค้าการไปมาหาสู่ติดต่อกันดีขึ้นทำให้เกิดประโยชน์มากมายแก่ คนโดยทั่วไป
 
ซึ่งข้อมูลนี้มีออยู่ในช่วงเวลาของ เหตุการณ์สำคัญของเยรูซาเล็ม
 
 
สงครามครูเสดครั้งที่ 2  (1147–1149)
 

ครั้งสำคัญครั้งที่สองที่เริ่มจากยุโรปในปี ค.ศ. 1145 ในการโต้ตอบการเสียอาณาจักรเอเดสสา
 
ซึ่งเป็นหนึ่งในนครรัฐครูเสดในปีก่อนหน้านั้น นำโดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 7 แห่งฝรั่งเศส และพระเจ้า
 
คอนราดที่ 3 แห่งเยอรมนี พร้อมด้วยการสนับสนุนของขุนนางสำคัญต่างๆ ในยุโรป กองทัพ
 
ของทั้ง 2 พระองค์นั้น เดินทางแยกกันไปคนละทางแต่ท้ายที่สุดก็พ่ายแพ้ให้แก่เซลจุคเติร์ก
 
ครูเสดครั้งที่ 2 จบลงด้วยความล้มเหลวเป็นชัยชนะของฝ่ายมุสลิม และเป็นสงครามที่นำ
 
ไปสู่การเสียกรุงเยรูซาเล็ม
 
 
สงครามครูเสดครั้งที่ 3  (1187–1192) 
 
 
ซาลาดิน 

เป็นสงครามกู้หน้าจากความพ่ายแพ้อันย่อยยับในครั้งที่แล้วของผู้นำทางฝั่งยุโรป และพยาเอา
 
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์กลับคืนมาภายใต้การนำของ ซาลาดินผู้ใช้อำนาจในการลดอำนาจของรัฐ
 
คริสเตียนและยึดเยรูซาเลมในปี ค.ศ. 1187 โดยการนำของ สมเด็จพระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งอังกฤษ

 และ พระเจ้าฟิลิปที่ 2 แห่งฝรั่งเศส แต่ภายหลังพระเจ้าเฮนรีที่ 2 เสด็จสวรรคตในปี ค.ศ. 1189
 
ผู้นำฝ่ายอังกฤษต้องเปลี่ยนไปเป็นสมเด็จพระเจ้าริชาร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษแทน สมเด็จพระจักรพรรดิ
 
ฟรีดริชที่ 1 แห่งโรมันที่มีกองทัพขนาดมหึมาก็ทรงนำทัพไปแต่พระองค์ทรงจมน้ำตายไปอีกคน

สงครามครั้งนี้เกิดความขัดแย้งกันเองของทางฝั่งคริสเตียน การยึดคืนครั้งนี้ไม่สามารถทำได้
 
สำเร็จแต่ก็มีการทำข้อตกลงสัญญาว่า ผู้แสวงบุญของคริสตจักรที่ไม่พกพาอาวุธสามารถเข้า
 
ไปแสวงบุญในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้ แต่ก็ยังถือว่าสงครามครูเสดครั้งนี้ กองทัพผสมฝั่งคริสเตียน
 
ล้มเหลวไม่สามารถยึดดินแดนคืนจาก ซาลาดิน ผู้นำปกครองของเมืองเยรูซาเล็ม
 
 
 
สงครามครูเสดครั้งที่ 4  (1202–1204)
 

จุดประสงค์แรกของสงครามก็เพื่อยึดเยรูซาเลมคืนจากมุสลิม แต่ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1204
 
นักรบครูเสดจากยุโรปตะวันตกก็เข้ารุกรานและยึดเมืองคอนสแตนติโนเปิลที่เป็นเมืองหลวงของ
 
จักรวรรดิไบแซนไทน์ของอีสเติร์นออร์โธด็อกซ์แทนที่ ซึ่งถือกันว่าเป็นวิกฤติการณ์

สุดท้ายที่ทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างคริสต์ศาสนจักรตะวันออกและตะวันตก
 
(East-West Schism) ระหว่างอีสเติร์นออร์โธด็อกซ์ และ โรมันคาทอลิก
 
 
 
สงครามครูเสดครั้งที่ 5 (1217–1221)  

พยายามยึดเยรูซาเลมและดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดคืนโดยเริ่มด้วยการโจมตีรัฐมหาอำนาจของ
 
อัยยูบิดในอียิปต์โดยการนำของเลโอโปลด์ที่ 4 ดยุคแห่งออสเตรีย  และ สมเด็จพระเจ้าแอนดรูว์
 
ที่ 2 แห่งฮังการี แต่ต้องหันทัพกลับเพราะเสบียงร่อยหรอลง ไม่ได้รับชัยชนะตามเคยแม้จะตียึด
 
เมืองท่าดามิเอตตาได้แล้ว และกำลังจะเข้าตีไคโร ก็ตาม
 
 
 
สงครามครูเสดครั้งที่ 6 (1228–1229)

สมเด็จพระจักรพรรดิฟรีดริชที่ 2 เป็นผู้นำและมีบทบาทมากที่สุดในสงครามครั้งนี้ แต่ก็มีทั้งบทบาท
 
ภายในของโป๊ปพระสันตะปาปาเกรกอรีทำให้ไม่สามารถกู้ดินแดนได้สำเร็จ


สงครามครูเสดครั้งที่ 7  (1248–1254) 
 
 
สงครามครูเสดครั้งที่ 8 และ 9    (1270-1272)

ครั้งนี้เริ่มขึ้นโดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 แห่งฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1270  สุลต่านมามลุคไบบาร์เข้าโจมตี
 
อาณาจักรครูเสดที่ยังเหลืออยู่และเดินทัพขึ้นไปทางเหนือถึงอาร์มีเนียซึ่งขณะนั้นอยู่ภายใต้การ
 
ควบคุมของมองโกล เหตุการณ์เหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้พระเจ้าหลุยส์ที่รวบรวมกองกำลังเพื่อเข้า

ร่วมในสงครามครูเสด ต่อมาพระเจ้าหลุยส์เองก็เสด็จสวรรคตชาร์ลส์จึงกลายเป็นผู้นำของ
 
สงครามครูเสด แต่กองทหารก็เกิดโรคร้ายทำให้ต้องยุติสงครามลงโดยการตกลงกับสุลต่าน
 
ในข้อตกลงนี้ฝ่ายคริสเตียนสามารถทำการค้าขายอย่างเสรีกับตูนิสได้ และที่พำนักสำหรับนักบวช

ในเมืองก็ได้รับการการันตี ฉะนั้นสงครามครูเสดครั้งนี้จึงถือว่าได้รับความสำเร็จอยู่บ้าง 

สงครามครูเสดครั้งที่  9   เกิดหลังจากครั้งที่ 8 ไม่นานเป็นสงครามครูเสดครั้งสุดท้าย ที่เกิดขึ้น
 
ระหว่างปี ค.ศ. 1271 – ค.ศ. 1272
 
 
 
พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 1 แห่งอังกฤษ
 
 
 เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดแห่งอังกฤษก็เสด็จไปเอเคอร์เพื่อเข้าร่วมในสงครามครูเสดครั้งที่ 9 แต่เป็น
 
สงครามที่ทางฝ่ายคริสเตียนพ่ายแพ้ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะพลังใจในการที่จะดำเนินการ
 
สงครามเหือดหายไป ซึ่งเป็นการเสียที่มั่นสุดท้ายของครูเสดผลของสงครามก็นำมาซึ่งการล่มสลาย
 
ของที่มั่นต่างๆ ริมฝั่งทะเลเมดิเตอเรเนียนไปด้วยในขณะเดียวกัน
 
 
 
               มี สงครามครูเสด  เกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ครั้งที่สำคัญที่ใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นระหว่าง
 
ศตวรรษที่ 11 ถึง 13 ซึ่งมีสงครามใหญ่ๆเกิดขึ้นถึง 9 ครั้งและยังมีสงครามย่อยๆเกิดอีกหลายครั้ง
 
เช่น ครูเสดชาวบ้าน ,ครูเสดลิโวเนีย ,ครูเสดแอลบิเจนเซียน,ครูเสดปรัสเซีย,ครูเสดตอนเหนือ ,

สงครามออตโตมัน-ฮังการี   สงครามครูเสดทำให้พวกตะวันตกได้รับความรู้ใหม่ๆหลายอย่างจาก
 
ชาวมุสลิม เพื่อนำมาพัฒนาวิทยาการต่างๆมากมายเพื่อเอาไปสู้ กับมุสลิมอีกครั้ง แต่ท้ายที่สุดก็
 
ไม่สามารถเอาดินแดนศักดิ์สิทธิ์ กลับมาได้เพราะความแข็งแกร่งของอาณาจักรทางฝั่งมุสลิม
 
สมัยนั้นด้วยอีกประการและความที่ คริสต์ ไม่เคยได้สู้แบบผู้นำทัพที่มีอำนาจบัญชาการกองทัพเดี่ยว
 
เหมือนในครั้งแรกการลำเลียงเสบียงส่งกำลังบำรุงไม่ดี การแวะไปตีทางนู้นทีนี้ทีเหมือนไปแสวง
 
หาดินแดน ความร่ำรวยซะมากกว่า เป้าหมายที่จะไปทำให้สำเร็จจริงๆเลยไม่สำเร็จเท่าครั้งแรกเลย
 
ซักทีมีเหตุให้ต้องพ่ายแพ้ไปตลอด
 
 
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet