เฮ้งเตงเอี้ยง 

 
เฮ้งเตงเอี้ยง กลางเทพศักดิ์สิทธิ์ (เทพมัชฉิม) 

 
เฮ้งเตงเอี้ยง หรือ หวัง ฉงหยาง ฉายาว่ากลางเทพศักดิ์สิทธิ์ เป็นจอมยุทธเลื่องชื่อในตำนาน
 
มังกรหยกที่ไม่มีปรากฏในท้องเรื่องนอกเสียจากว่าเป็นการกล่าวถึงในอดีตที่มีความเก่งกาจเต็มไป
 
ด้วยคุณธรรมและถูกกล่าวถึงในทางที่ดี วรยุทธสูงส่ง ถูกยกให้เป็นสุดยอดที่สุดในบรรดา 5
 
ยอดฝีมือแห่งยุคที่ทุกคนยอมรับ (ขนาดอาวเอี๊ยงฮงจอมมารยังเกรง)
 
เฮ้งเตงเอี้ยง กลางเทพศักดิ์สิทธิ์ (เทพมัชฉิม)
 
 เฮ้งเตงเอี้ยงเป็นปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งสำนักเต๋าชื่อว่า ช้วนจินก่าหรือลัทธิฉวนเจิน เฮ้งเตงเอี้ยง
 
ถูกยกให้เป็นจอมยุทธอันดับ 1 ใน 5 ยอดฝีมือแห่งยุคเนื่องจากเขาสามารถเอาชนะทุกคนใน
 
การประลองวิจารณ์กระบี่เขาฮั้วซัว(หัวซาน) ที่จะคัดเลือกผู้ที่เก่งที่สุดให้มาเป็นเจ้าของซึ่งได้
 
ครองคัมภีร์เก้าอิมจินเอ็ง (สุดยอดวรยุทธอยู่ในคัมภีร์เต๋า)ถึงเขาจะครอบครองสุดยอดคำภีร์ยุทธ
 
เอาไว้แต่ก็ไม่ปรารถนาที่จะฝึกมันเพียงแค่ต้องการรักษาไว้ให้พ้อนมือมารและความต้องการที่
 
จะแย่งชิงมันของชาวยุทธเพื่อไม่ให้เกิดความวุ่นวายในภายหลังได้ เขายังเคยไปขอคำชี้แนะจาก
 
อ๋องต้วนแดนใต้ (ต้วนตี้เฮง) โดยแลกเปลี่ยนวิชากำเนิดฟ้ากับดรรชนีสุริยัน เพื่อเอาไว้ต่อกร
 
กับอาวเอี๊ยงฮง ที่คิดจะมาแย่งคำภีร์ยุทธไปเฮ้งเตงเอี๊ยงเป็นคนยอทยุทธมีคุณธรรม ฉลาดหลัก
 
แหลมเขาได้คิดค้นวิชาเฉพาะไว้ให้กับสำนักช้วนจินก่าของเขาคือ พลังกำเนิดฟ้า เพลงกระบี่
 
ช้วนจิน และค่ายกลเจ็ดดาว (ลูกศิษย์ทั้ง 7 ของเขาเป็นคนใช้)

ศิษย์น้องของเขา คือยอดยุทธคนที่ 6 ฝีมือในช่วงหลังไม่ได้ด้อยไปกว่าตัวเฮ้งเตงเอี๊ยงเลย คือ
 
เฒ่าทารก จิวแป๊ะทง
 

 ศิษย์ทั้ง 7 ได้แก่  (7 บรรพชิตช้วนจิน )

1.เบ๊เง็ก ฉายา ตั้งเอี้ยงจื้อ - เจ้าสุริยัน เป็นคนที่สอนวรยุทธให้ก๊วยเจ๋ง

2.คูชู่กี ฉายา เชี่ยงชุนจื้อ - ผู้อมตะ มีพลังฝีมือสูงสุดในบรรดานักพรตทั้ง 7 

3.เฮ้งชู่อิด ฉายา เง็กเอี้ยงจื้อ - อาทิตย์หยกในสำนักฝีมือเป็นรองเพียงคูชู่กี 

4.ท่ำชู่ตวน ฉายา เชี่ยงจินจื้อ - คนจริงยืนยาว

5.เล่าชูเหียน ฉายา เชี่ยงแชจื้อ - คนจีรัง

6.ฮึ่งไต้ฮง ฉายา ก้วงเล้งจื้อ - ผู้ไพศาล

7.ซุนปุกยี่ ฉายา เช็งเจ็งซั่วยิ้น - ผู้วิสุทธิ์พเนจร นักพรตหญิงแห่งชวนจิน 
 

เกี่ยวกับลิ้มเฉียวเอ็ง 

     อดีตก่อนจะมาก่อตั้งสำนักช้วนจินก่านั้นเคยคบหาท่องเที่ยวในยุทธภพกำจัดคนชั่ว ต่อต้าน
 
ศัตรูที่รุกรานประเทศ ด้วยกัน และต่อมาได้ก่อเกิดเป็นความรักขึ้นแต่ด้วยเรื่องที่ว่า เฮ้งเตงเอี๊ยง
 
นั้นได้ถือคำยึดมั่นในใจยึดมั่นในอุดมการณ์ ว่าถ้าบ้านเมืองยังไม่สงบจะไม่คิดเรื่องส่วนตัวเป็น
 
อันขาด ทำให้เขาไม่ยอมแต่งงานกับลิ้มเฉียวเอ็งอย่างที่ควรจะเป็น นางจึงได้โกรธแค้นอยู่ในใจ
 
ท้าประลองกับเฮ้งเตงเอี๊ยงอยู่บ่อยครั้งแต่ก็ไม่สามารถสู้เขาได้สักครั้งนางเลยเปลี่ยนวิธีในการ
 
ต่อสู้ใหม่เป็นการเขียนอักษรบนแผ่นศิลา เดิมพันคือถ้าเฮ้งเตงเอี๊ยงแพ้นาง จะต้องแต่งงาน
 
กับนางหรือไม่งั้นก็ไปเป็นนักพรตเสียเลย การประลองครั้งนี้เป็นไปตามคาดคือ ลิ้มเฉียวเอ็ง
 
เป็นฝ่ายชนะไปได้ เฮ้งเตงเอี๊ยงจึงเลือกที่จะไปเป็นนักพรตบนเขาจงหนำ บริเวณเดียวกับ
 
สุสานโบราณของเขา

   เฮ้งเตงเอี้ยงจึงก่อตั้งสำนักช้วนจินก่าขึ้นและยกสุสานโบราณไปให้ลิ้มเฉียวเอ็งแทน
 
เฮ้งเต็งเอี๊ยงนั้นถือได้ว่าเป็นผู้ยอดยุทธเชี่ยวชาญวรยุทธ์ทุกแขนงจนคนรุ่นหลังต้องอ้างถึง
 
พูดถึงบ่อยๆ 
 

ปล. บทความนี้อาจพิมพ์ชื่อ เฮ้งเต็งเอี๊ยง บ้าง เฮ้งเตงเอี้ยง  บ้าง  เพื่อการค้นหาที่ครอบคลุม
 
นะครับ ไม่ได้ผิดเพราะพลาดแต่เจตนาให้ดูหลากหลายในคำเผื่อคนค้นคำว่า เต็ง กับเตง
 
แต่ผลค้นหาก็ไม่ต่างกันมากเท่าไหร่แต่ทำให้แตกต่างไว้อาจจะดีกว่านิดนึง
 
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet